การออกแบบสากล (Universal Design = UD)
Universal Design เริ่มแรก มีแนวคิดในการออกแบบพิเศษเพื่อมุ่งใช้สำหรับบุคคลทุพพลภาพโดยเฉพาะ คือเป็นการออกแบบเพื่อปรับแก้ไขหรือกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ทุพพลภาพ เมื่อปีประมาณ ค.ศ.1990 สมาคมมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายคนพิการ(The American Disabilities Act) ขึ้น เพื่อกำจัดอุปสรรคต่อผู้พิการโดยรับรองสิทธิของผู้พิการให้ทัดเทียมกับคนทั่วไป ดังนั้น แนวคิด Universal Design ควรจะเป็น เพื่อความทัดเทียม มิได้แบ่งแยกเฉพาะบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่ง เป็นการออกแบบเพื่อมุ่งใช้ได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย ทั้งที่เป็นบุคคลปกติและบุคคลทุพพลภาพ
ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ค.ศ.1990 เป็นต้นมา เริ่มมีการดำเนินการ โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศได้มีการพัฒนายกระดับคุณภาพความเป็นอยู่ให้สูงขึ้นตลอดมา เป็นเหตุให้ผู้บริโภคมีปัญหาและความต้องการในสินค้าก็มีมากขึ้น ประกอบกับจำนวนผู้สูงอายุและคนพิการในประเทศก็เพิ่มขึ้นด้วย ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันบางอย่างก็เป็นอุปสรรคในการใช้ ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาสิ่งต่างๆให้เกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ และคนพิการเพื่อให้ทัดเทียมกับผู้อื่น และทุกคนสามารถใช้สินค้านั้น ๆ ได้เหมือนกันทุกคน Universal Design นี้เป็นสาระสำคัญประการหนึ่งของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ (ISO) ที่จะสามารถนำพาผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดโลกได้ ดังนั้น Universal Design จึงเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก ซึ่งนักออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องศึกษาโดยเฉพาะ
หลักเกณฑ์ของ Universal Design มี 7 ประการ ได้แก่ …
1. เสมอภาค (Equitable Use) ใช้งานได้กับทุกคนในสังคมอย่างเท่าเทียมกันไม่มีการแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ เช่น การติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะสองระดับ ระดับทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ หรือคนที่นั่งรถเข็นใช้ได้
2. ยืดหยุ่น (Flexibility in Use) ใช้งานได้กับผู้ที่ถนัดซ้าย และขวาหรือปรับสภาพความสูงต่ำขึ้นลงได้ตามความสูงของผู้ใช้
3. เรียบง่ายและเข้าใจได้ดี (Simple and Intuitive) เช่น มีภาพหรือคำอธิบายที่เรียบง่าย สำหรับคนทุกประเภทไม่ว่าจะมีความรู้ระดับไหน อ่านหนังสือออกหรือไม่ อ่านภาษาต่างประเทศได้หรือไม่ หรืออาจใช้รูปภาพเป็นสัญลักษณ์สากล สื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย ฯลฯ
4. มีข้อมูลพอเพียง (Simple and Intuitive) มีข้อมูลง่ายสำหรับประกอบการใช้งานที่พอเพียง
5. ทนทานต่อการใช้งานที่ผิดพลาด (Tolerance for Error) เช่น มีระบบป้องกันอันตรายหากมีการใช้ผิดพลาด รวมทั้งไม่เสียหายได้โดยง่าย
6. ทุ่นแรงกาย ( Low Physical Effort) สะดวกและไม่ต้องออกแรง
7. ขนาด และสถานที่ที่เหมาะสม และใช้งานในเชิงปฏิบัติได้ (Size and Space for Approach and Use ) โดยคิดออกแบบเผื่อสำหรับคนร่างกายใหญ่โต คนที่เคลื่อนไหวร่างกายยาก คนพิการ คนสูงอายุ
ตัวอย่าง Universal Design ที่มีอยู่ในทุกวงการ เช่น
- เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบให้ใช้งานง่ายขึ้น เช่น เครื่องรับโทรทัศน์มีที่เสียบพวก memory การ์ด หากถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอมาแล้วสามารถ นำมาดูกับเครื่องรับโทรทัศน์ได้เลย ไม่ต้องต่ออะไรอีก
- ระบบการป้อนข้อมูลแบบใหม่ โดยใช้เสียง และไม่ต้องใช้ทั้งเม้าส์หรือคีย์บอร์ด เพื่อให้คนพิการหรือผู้สูงอายุ และคนที่พิมพ์สัมผัสไม่ได้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้
- การขึ้นตัวหนังสือในรายการโทรทัศน์ สำหรับคนที่หูหนวกหรือหูไม่ดี จะได้ดูรายการโทรทัศน์หรือข่าวรู้เรื่อง
หลักการออกแบบสากลนี้ จึงเหมาะสำหรับการออกแบบฐานข้อมูลสารสนเทศในการให้บริการสารสนเทศของห้องสมุด ที่มีแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต โดยมีบริการพิเศษสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุได้เข้าถึงสารสนเทศ ได้สะดวกและตรงตามความต้องการ เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เช่นห้องสมุดจะติดตั้งแว่นขยายไว้สำหรับผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีอ่านหนังสือง่ายขึ้น จากจอคอมพิวเตอร์ มีคำแนะนำอย่างง่ายโดยใช้การสัมผัส จัดสถานที่ที่เหมาะสมอำนวยความสะดวกในการให้บริการ เป็นต้น
อ้างอิงจาก http://gotoknow.org/blog/art-design7yod/358762
Recent Comments