Posted by: janvee | July 22, 2010

การออกแบบสากล

             การออกแบบสากล (Universal Design = UD)

  Universal Design  เริ่มแรก  มีแนวคิดในการออกแบบพิเศษเพื่อมุ่งใช้สำหรับบุคคลทุพพลภาพโดยเฉพาะ   คือเป็นการออกแบบเพื่อปรับแก้ไขหรือกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ทุพพลภาพ   เมื่อปีประมาณ ค.ศ.1990 สมาคมมาตรฐานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายคนพิการ(The American Disabilities Act) ขึ้น  เพื่อกำจัดอุปสรรคต่อผู้พิการโดยรับรองสิทธิของผู้พิการให้ทัดเทียมกับคนทั่วไป  ดังนั้น แนวคิด Universal Design  ควรจะเป็น เพื่อความทัดเทียม  มิได้แบ่งแยกเฉพาะบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่ง  เป็นการออกแบบเพื่อมุ่งใช้ได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย  ทั้งที่เป็นบุคคลปกติและบุคคลทุพพลภาพ   

              ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ค.ศ.1990 เป็นต้นมา  เริ่มมีการดำเนินการ โดยเฉพาะจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศได้มีการพัฒนายกระดับคุณภาพความเป็นอยู่ให้สูงขึ้นตลอดมา เป็นเหตุให้ผู้บริโภคมีปัญหาและความต้องการในสินค้าก็มีมากขึ้น   ประกอบกับจำนวนผู้สูงอายุและคนพิการในประเทศก็เพิ่มขึ้นด้วย ผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันบางอย่างก็เป็นอุปสรรคในการใช้  ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนาสิ่งต่างๆให้เกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ  และคนพิการเพื่อให้ทัดเทียมกับผู้อื่น  และทุกคนสามารถใช้สินค้านั้น ๆ ได้เหมือนกันทุกคน   Universal Design นี้เป็นสาระสำคัญประการหนึ่งของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ (ISO)  ที่จะสามารถนำพาผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดโลกได้    ดังนั้น Universal Design จึงเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก   ซึ่งนักออกแบบผลิตภัณฑ์จะต้องศึกษาโดยเฉพาะ 

          หลักเกณฑ์ของ  Universal Design  มี  7 ประการ ได้แก่ … 

1. เสมอภาค (Equitable Use) ใช้งานได้กับทุกคนในสังคมอย่างเท่าเทียมกันไม่มีการแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ เช่น การติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธารณะสองระดับ ระดับทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ หรือคนที่นั่งรถเข็นใช้ได้

2. ยืดหยุ่น (Flexibility in Use) ใช้งานได้กับผู้ที่ถนัดซ้าย และขวาหรือปรับสภาพความสูงต่ำขึ้นลงได้ตามความสูงของผู้ใช้ 

3. เรียบง่ายและเข้าใจได้ดี  (Simple and Intuitive)  เช่น มีภาพหรือคำอธิบายที่เรียบง่าย สำหรับคนทุกประเภทไม่ว่าจะมีความรู้ระดับไหน อ่านหนังสือออกหรือไม่ อ่านภาษาต่างประเทศได้หรือไม่ หรืออาจใช้รูปภาพเป็นสัญลักษณ์สากล สื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย ฯลฯ

4. มีข้อมูลพอเพียง (Simple and Intuitive) มีข้อมูลง่ายสำหรับประกอบการใช้งานที่พอเพียง

5. ทนทานต่อการใช้งานที่ผิดพลาด (Tolerance for Error)  เช่น มีระบบป้องกันอันตรายหากมีการใช้ผิดพลาด รวมทั้งไม่เสียหายได้โดยง่าย

6. ทุ่นแรงกาย ( Low Physical Effort) สะดวกและไม่ต้องออกแรง

7. ขนาด และสถานที่ที่เหมาะสม และใช้งานในเชิงปฏิบัติได้ (Size and Space for Approach and Use ) โดยคิดออกแบบเผื่อสำหรับคนร่างกายใหญ่โต คนที่เคลื่อนไหวร่างกายยาก คนพิการ คนสูงอายุ

      ตัวอย่าง Universal Design ที่มีอยู่ในทุกวงการ  เช่น 

  1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบให้ใช้งานง่ายขึ้น  เช่น เครื่องรับโทรทัศน์มีที่เสียบพวก memory การ์ด หากถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอมาแล้วสามารถ นำมาดูกับเครื่องรับโทรทัศน์ได้เลย ไม่ต้องต่ออะไรอีก 
  2. ระบบการป้อนข้อมูลแบบใหม่ โดยใช้เสียง และไม่ต้องใช้ทั้งเม้าส์หรือคีย์บอร์ด   เพื่อให้คนพิการหรือผู้สูงอายุ และคนที่พิมพ์สัมผัสไม่ได้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้
  3. การขึ้นตัวหนังสือในรายการโทรทัศน์ สำหรับคนที่หูหนวกหรือหูไม่ดี จะได้ดูรายการโทรทัศน์หรือข่าวรู้เรื่อง

              หลักการออกแบบสากลนี้ จึงเหมาะสำหรับการออกแบบฐานข้อมูลสารสนเทศในการให้บริการสารสนเทศของห้องสมุด ที่มีแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต โดยมีบริการพิเศษสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุได้เข้าถึงสารสนเทศ ได้สะดวกและตรงตามความต้องการ เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  เช่นห้องสมุดจะติดตั้งแว่นขยายไว้สำหรับผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีอ่านหนังสือง่ายขึ้น จากจอคอมพิวเตอร์ มีคำแนะนำอย่างง่ายโดยใช้การสัมผัส จัดสถานที่ที่เหมาะสมอำนวยความสะดวกในการให้บริการ เป็นต้น

 อ้างอิงจาก http://gotoknow.org/blog/art-design7yod/358762

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: